Our Partners
Popular Campaigns
View More

เด็กน้อยนักสู้มะเร็งสมอง ร่วมเป็นแสงสว่างของชีวิตให้น้อง

น้องขนุน ด.ญ.ศรุตยา สร้อยสุวรรณ อายุ 5 ขวบ เป็นช่วงวัยที่กำลังสนุกสนานกับชีวิตวัยเด็ก แต่น้องขนุนกลับไม่สามารถทำได้ เพราะน้องป่วยเป็นมะเร็งสมอง ATRT เริ่มแรกน้องมีอาการชักและเกร็ง ทางครอบครัวจึงพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สุดท้ายทางแพทย์ได้พบก้อนเนื้อขนาด 6.5ในโพรงสมอง ก้อนเนื้อนี้ทำให้เกิดภาวะแรงดันในสมอง ต้องรีบรักษาโดยเข้ารับการผ่าตัด แต่เนื่องจากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์อุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพรียบพร้อมจึงต้องส่งตัวน้องไปที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อรับการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อในสมองออก และทำการส่งให้แล็บตรวจสอบ ผลสรุปออกมาเป็นเนื้อร้าย เป็นมะเร็งสมอง ATRT โดยทางแพทย์ได้ตัดสินใจรักษาน้องด้วยการฉายแสงและให้ยาเคมีบำบัด การรักษานี้ต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี ขึ้นชื่อว่ามะเร็งยิ่งต้องรักษาแบบเคมีบำบัดหรือที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปว่าคีโม แน่นอนต้องใช้เงินมหาศาล หลาย ๆ ครอบครัวเมื่อเจอมะเร็ง เนื่องจากไม่มีเงินต้องรอแค่วันที่บอกลาโลกใบนี้ แต่น้องขนุนมายังโลกใบนี้แค่ 5 ปี ทางครอบครัวยังไม่อยากให้น้องเขาต้องจากไปเร็วแบบนี้ ทางครอบครัวก็ไม่ได้ยอมแพ้ แต่เนื่องจากแม่ต้องลาออกจากงานมารดูแลน้อง จึงมีพ่อเพียงคนเดียวที่ทำงานรับจ้างรายวันเพื่อหาเงินมารักษาน้อง เริ่มแรกยังพอประคับประคองได้ แต่การรักษามะเร็งค่าใช้จ่ายสูงจริง ๆ นอกจากค่ารักษาหลัก ๆ แล้ว ยังมีค่า แพมเพิส ผ้าเปียกต่าง ๆ สุดท้ายถึงแม้ความหวังจะริบหรี่ แต่ครอบครัวก็ยังอยากจะสู้ต่อ จึงหันมาขอรับการบริจาคใน DeeDa ที่เป็นหนทางสุดท้าย ทุกท่านที่ผ่านมาเห็น ไม่ว่าจะให้ความช่วยเหลือน้องขนุนหรือแชร์ต่อ ขอขอบคุณจากก้นบึนของหัวใจ และขอขอบคุณที่ทำให้ครอบครัวน้องขนุนมีความหวังอีกครั้ง

By น.ส.สุพรรณรัฐ สร้อยสุวรรณ
฿24,041 raised of ฿110,000
จ.ระยอง,TH

โปรดช่วยเหลือค่ารักษาปลูกถ่ายไขกระดูกสันหลัง ให้น้องมายเฟรนด์ที่ป่วยเป็นโรคSDSตั้งแต่เกิด

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ น.ส.ชุติมา ปรางมาศ เป็นแม่ของด.ญ.สุวพิชญ์ มีสุข ชื่อเล่น น้องมายเฟรนด์ น้องเป็นลูกคนแรกของฉัน ฉันกับสามีหวังอยากให้ลูกมีสุขภาพที่ดี แต่น้องคลอดออกมาน้ำหนักเพียง 1,790 กรัม ตัวเล็กจิ๋ว ยังมาป่วยเป็นโรคประจำตัวชื่อว่า = SDS (Shwachman diamond syndrome) เป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่หาได้ยาก ยีนส์ที่กลายพันธุ์ของโครโมโซมแขนข้างคู่ที่ 7 ผิดปกติ อยู่ในกลุ่มโรคไขกระดูกฝ่อชนิดพันธุกรรม โรคที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้สูงตั้งแต่อายุน้อย ลักษณะอาการของโรค SDS คือ ตับอ่อนของน้องมีความผิดปกติในการดูดซึมไขมัน ทำให้การทำงานของตับอ่อนผิดปกติ จึงทำให้การเจริญเติบโตของน้องล้มเหลว โตช้า ตัวเล็กจิ๋ว การรักษาตอนนี้คุณหมอนัดน้องไปแอดมิดสัปดาห์ละครั้งเพื่อทำการให้สารอาหารทางเส้นเลือด เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้น้องค่ะ แถมน้องยังทานวิตามินเป็นประจำมี D, E, Zinc, MULTI-VIM DROP และโรคSDSนี้ยังมีความผิดปกติของกระดูกที่ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดได้ไม่ดี ซึ่งเม็ดเลือดขาวของน้องมีไม่พอต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ติดเชื้อบ่อย ลักษณะตัวลาย เป็นร่างแหสีม่วง ไข้สูงไปถึง41องศา ต้องแอดมิดรพ.บ่อย ตอนนี้คุณหมอให้น้องฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือด 3ครั้ง/สัปดาห์ และกินยาฆ่าเชื้อกันไว้ คุณหมอบอกกับฉัน และสามีว่า เมื่อไหร่ที่ไขกระดูกไม่สร้างเม็ดเลือดแล้ว หรือฉีดยากระตุ้นแล้วไม่ดีขึ้น คุณหมอจะทำการปลูกถ่ายไขกระดูกสันหลังให้น้องค่ะ ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงมากๆ คุณหมอแจ้งมาให้เตรียมเงินไว้รักษาน้อง น้องเคยติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงด้วยตอนอายุเพียงไม่กี่เดือน แต่น้องก็สู้ผ่านมาได้ค่ะ แถมน้องยังมีโรคอื่นๆพ่วงมาด้วยนะคะ คือ โรคเลือดภาวะซีดจาง น้องเคยได้เติมเลือดไปหลายครั้ง น้องต้องกินยาบำรุงเลือดทุกวัน โรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบรุนแรง (เซ็บเดิร์ม) น้องมักจะมีผื่นแดงขึ้นตามตัว แห้ง ลอกขุ่ย เป็นๆหายๆ คุณหมอบอกว่าเมื่อน้องโตขึ้นจะดีขึ้นเอง น้องต้องทาครีมให้ความชุ่มชื่นตลอดเวลา เพราะผิวหนังน้องไม่มีน้ำและไขมันมาหล่อเลี้ยงที่ผิว หลายครั้งที่น้องติดเชื้อทางผิวหนังร่วมด้วย ด้านพัฒนาการน้องช้ากว่าวัยมากๆค่ะ คุณหมอเลยให้น้องเป็นเด็กพิการประเภทที่5 ด้านสติปัญญา ตอนนี้น้องอายุ1ขวบ9เดือน ใกล้จะ2ขวบแล้วค่ะ แต่น้ำหนักน้องเพียง 6.7 กิโลกรัม ค่ารักษาของน้องเยอะมาก มีค่ารักษาที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์เบิกได้ และการรักษาปลูกถ่ายไขกระดูกสันหลังเป็นล้าน ฉันกับสามีแค่เป็นพนักงานทั่วไป รายได้ไม่เยอะ รับไม่ไหวจริง ๆ ได้โปรดช่วยน้องมายเฟรนด์นางฟ้าตัวน้อยคนนี้ด้วยนะคะ ให้น้องได้เติบโตเหมือนเด็กทั่วไป วันนี้ครอบครัวเรามาขอระดมทุนเงินเป็นค่ารับจองคิวให้น้อง ได้สิทธิ์รับการปลูกถ่ายไขกระดูกสันหลังคะ ขอขอบคุณทุกความเมตตาจากทุกท่านค่ะ

By น.ส.ชติมา ปรามาศ
฿93,879 raised of ฿150,000
กรุงเทพมหานคร,TH

ร่วมเป็นกำลังให้น้องแก้ว วัย 5 ขวบ มีกำลังสู้กับมะเร็งต่อมหมวกไต

สวัสดีค่ะ ดิฉันอมรรัตน์ จันมะณี เป็นแม่ของ น้องแก้ว ด.ญ พิมพ์ชนก บุญเรือง ปัจจุบันน้องแก้วอายุ 5 ขวบ 9 เดือน น้องแก้วป่วยเป็นมะเร็งที่ต่อมหมวกไตข้างซ้าย เมื่อปี 2563 ตอนน้องแก้วอายุประมาณ 3 ขวบกว่าๆ น้องแก้วมีอาการปวดท้อง ปวดหลัง และมีอาการตัวซีด จึงได้พาน้องแก้วเข้าพบคุณหมอ เมื่อคุณหมอได้ทำการเจาะเลือดส่งตรวจ และเมื่อเดือนตุลาคมปี 2563 คุณหมอได้แจ้งว่า พบก้อนเนื้อ ที่มีเชื้อมะเร็ง ที่ต่อมหมวกไต ขนาดประมาน 10 เซ็นติเมตร จึงได้เข้ารักษาตัวที่ ร.พ เลิดสิน คุณหมอได้ให้น้องแก้ว ทำคีโมไป 7 ครั้ง จึงได้ ทำการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อที่ต่อมหมวกไตออก แล้วจึงให้คีโมหลังผ่าตัดต่ออีก 6 ครั้ง และ ได้ทำการฉายแสงเพื่อบำบัดโรคมะเร็ง ที่ ร.พ ศิริราช ตอนนี้น้องแก้วต้องกินยาคีโมและมีนัดทำ โบสแกน ซีทีสแกน และ ทำmibg ทุกๆสามเดือน คุณแม่พาน้องวิ่งเข้าออกโรงพยาบาลเลิดสินบ้าง จุฬาภรณ์บ้าง ไปบ่อยจนขนาดที่แม่เคยตื่นเช้ามาพร้อมกับคำถามจากน้องแก้ว ที่ว่า น้องแก้ว: แม่วันนี้หนูไป ร.พ มั้ย แม่: วันนี้พักก่อนยังไม่ไป น้องแก้ว: หนูต้องไปอีกเหรอ แม่: ต้องไปอีก 3 วัน นะ เดือนนี้ น้องแก้ว: หนูไม่อยากไป หนูเจ็บตัวไปหมดแล้ว แม่น้ำตาไหลเลยแม่รู้…แม่ก็เจ็บเหมือนหนูแหละลูก อดทนนะคนเก่ง สู้ๆเดียวก้อหายแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ทำการรักษาน้องแก้วกว่า 2 ปี เงินเก็บที่มีหมดไปกับการรักษาน้อง น้องแก้วใช้สิทบัตรทองค่ะ แต่ใช้ได้เฉพาะค่ายาบางตัว ค่าเดินทางจากบ้านไปโรงพยาบาลต่างๆ ค่านม ค่ายาคีโม ต้องจ่ายเองทุกเดือน แม่จำเป็นต้องต้องออกจากงานประจำ เพื่อพาน้องแก้วหาหมอ เพราะ ใน 1 สัปดาห์ จะต้องลางานถึง 3-4 วัน บางครั้งเงินไม่พอ แม่ก็พยายาม หาของ เช่น น้ำพริก มาขายเล็กๆน้อยๆ เพื่อให้พอได้ค่ารถ ค่ายาคีโมของน้อง ปีนี้ลูกสาวคนโต กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย พวกเราตกลงกันในครอบครัว ว่า น้องจะหยุดการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไว้ก่อน เพราะ พวกเราจำเป็นต้องหาเงินมาเพื่อรักษาน้องแก้ว…ใจคนเป็นแม่จะสลาย อยากให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดี แต่ชีวิตน้องแก้ว เป็นอย่างแรกที่พวกเราต้องสู้ เพื่อให้น้องแก้ว ได้วิ่งเล่น ใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่นๆ ที่สมบูรณ์ แข็งแรง น้องแก้วมีการวางแผนการรักษา ต้องเข้าผ่าตัดที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มีค่าใช้จ่าย ในส่วนที่แม่ต้องหามาชำระเอง คือ ค่าห้อง คืนละ 4,400 บาท รวมถึงค่าใช้จ่าย อื่นๆ โปรดช่วยเหลือน้องแก้วด้วยนะคะ

By อมรรัตน์ จันมะณี
฿4,618 raised of ฿66,000
Bangkok,TH

วันมอบทุนเด็กกำพร้าและผู้ยากไร้ เดือนรอมฎอนอันประเสริฐ

ชื่อโครงการ พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้รับผิดชอบโครงการ 1.มูลนิธิดารุลอินฟาก เพื่อเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.สมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน จังหวัดสงขลา 3.โรงเรียนศาสนาบำรุ่ง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หลักการและเหตุผล การให้ความช่วยเหลือต่อผู้ด้อยโอกาสนั้นเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ด้อยโอกาสนั้นเป็นเด็กกำพร้าและเด็กยากไร้ เด็กกำพร้าเหล่านี้บางคนขาดพ่อ บางคนขาดทั้งพ่อและแม่ ทำให้พวกเขาขาดโอกาสทางการศึกษา ขาดโภชนาการที่ดี รวมถึงขาดสิ่งแวดล้อมและการดูแลที่ดี ปัจจุบันเด็กกำพร้าและเด็กยากไร้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอเทพาและอำเภอสะบ้าย้อย เด็กกำพร้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการดูแลและขาดความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐที่ควรจะเป็น ในตอนนี้มูลนิธิดารุลอินฟาก เพื่อเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาได้เข้าไปช่วยเหลือเด็ก ๆ เหล่านี้ โดยปัจจุบันมีเด็กกำพร้าเพราะเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 1,148 คน โดยเด็กเหล่านี้ได้รับความช่วยเหลือทั้งในรูปแบบการส่งเสริมการศึกษา เช่น การศึกษาเล่าเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายบำรุงการศึกษา การจัดหาทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนการเรียนและการดำเนินชีวิตของนักเรียน นอกจากนี้ยังส่งเสริมกิจกรรมที่สามารถหารายได้ในช่วงระหว่างปิดเทอมให้กับเด็ก ๆ เหล่านี้ โดยทางมูลนิธิยังมีการจัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกิจกรรมเยี่ยมเยียนครอบครัวในชุมชนเพื่อให้การช่วยเหลือและติดตามการดำเนินชีวิตของนักเรียน นักศึกษาที่มาจากมูลนิธิ ระหว่างที่พวกเขาไปใช้ชีวิตในชุมชน สุดท้ายแล้วสังคมจะปล่อยปละละเลยต่อปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เลย เพราะจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการจัดการปัญหาในอนาคต เมื่อเด็กและเยาวชนเหล่านี้ เติบใหญ่ขึ้นมาในอนาคต ก็จะต้องดำรงชีวิตอยู่ในสังคมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าในภาพรวมเด็กและเยาวชนเหล่านี้ยังไม่ได้รับการจัดการศึกษา-การจัดหาอาชีพ การสร้างรายได้และมีหน้าที่การงานทำที่เหมาะสม รวมถึงไม่ได้รับการเสริมสร้างทักษะการดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยเฉพาะในเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขของคนทุกเชื้อชาติ ศาสนาและชาติพันธุ์ของสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ย่อมนำไปในรูปแบบปัญหาแบบเดิม เช่น วังวนของการใช้ความรุนแรง อันเนื่องจากการขาดโอกาสและอาชีพ ทัศนคติความเชื่อส่วนบุคคลที่นำไปสู่ความเชื่อในเรื่องของความอยุติธรรมของสังคม หรือ สภาพปัญหานั้น ๆ ทวีความรุนแรงขึ้น เช่น การเกิดปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การค้าของเถื่อนในรูปแบบใหม่ เป็นต้น ทำให้แก้ไข้ปัญหายากและมีความสลับซับซ้อนมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มูลนิธิดารุลอินฟากเพื่อเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป.) และโรงเรียนศาสนบำรุ่ง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้เล็งเห็นถึงปัญหาจึงอาสาเป็นศูนย์กลางเพื่อประสานงานช่วยเหลือเด็กกำพร้าและยากไร้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้เด็กกำพร้าและยากไร้เหล่านี้ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยมีเป้าหมายเป็นเด็กกำพร้าและยากไร้ในพื้นที่จังหวัด ปัตตานีจังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาสและสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอเทพาและอำเภอสะบ้าย้อยเพื่อเยียวยา ฟื้นฟูสภาพจิตใจและร่างกายให้แก่เด็กกำพร้าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาของเด็กกำพร้าฯและสร้างการมีส่วนร่วมของสังคมทุกภาคส่วนในการดูแลช่วยเหลือเด็กกำพร้าในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้และสร้างความรัก ความสามัคคีระหว่างพี่น้องประชาชนกับเด็กกำพร้าตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข็มแข็งให้แก่ชุมชน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้การเยียวยา ฟื้นฟูสภาพจิตใจและร่างกายให้แก่เด็กกำพร้าและเด็กผู้ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2. เพื่อกระตุ้นให้คนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล ช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กยากไร้ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3. เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีของคนในชุมชนตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

By มูลนิธิดารุลอินฟาก
฿649 raised of ฿900,000
สงขลา,TH

ร่วมสืบสานวัฒนธรรมอีสาน เป็นส่วนหนึ่งเพื่อขยายศูนย์การเรียนรู้หมอลำ แม่ครูราตรีศรีวิไล

โครงการ: ขยายศูนย์การเรียนภูมิปัญญาไทย ด้านศิลปกรรมการแสดงพื้นบ้าน (หมอลำ) แม่ครูราตรีศรีวิไล ผู้รับผิดชอบโครงการ: โยธิกาศรีวิไล บงสิทธิพร (บุตรสาวแม่ครูราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร) ที่มาของโครงการ: หากพูดถึงบุคคลสำคัญในวงการหมอลำ คงไม่มีใครไม่รู้จัก แม่ครูราตรีศรีวิไล หรือ อาจารย์ ดร.ราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร ผู้เป็นนักร้องหมอลำหญิง แนวหมอลำประยุกต์ ได้รับสมญานามว่า "ราชินีหมอลำซิ่ง" มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในและต่างประเทศ และ แม่ครูราตรีศรีวิไล ยังควบตำแหน่ง เป็นอาจารย์สอนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก สาขาวัฒนธรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อปี 2531 แม่ครูราตรีได้ใช้บ้านพักส่วนตัวของตนเอง ขนาด 122 ตารางวา บริเวณ ซอยมิตรภาพ 11 จังหวัดขอนแก่น ในการเปิดเป็นโรงเรียนที่มีหอพัก เพื่อรองรับคนที่มีความสนใจในการเป็นหมอลำ ซึ่งนักเรียนกว่า 95% เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ช่วยฝึกและพัฒนาศักยภาพในการให้พวกเขาร่วมแสดงหมอลำได้ จากตอนแรก 20-30 คน จนเพิ่มเป็นมากกว่า 100 คนในเวลาต่อมา บ้าน 2 ชั้นถูกต่อเติมจนเต็มพื้นที่ และไม่สามารถขยายได้อีก แม่ครูราตรียังคงดูแลนักเรียน และ สืบสานศิลปวัฒนธรรมหมอลำ เรื่อยมา จนบ้านของแม่ครูราตรี ได้รับการรับรองจากกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมด้วยกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็น ศูนย์การเรียนภูมิปัญญาไทย ด้านศิลปกรรมการแสดงพื้นบ้าน (หมอลำ) ต่อมาเมื่อต้นปี 2563 โควิด ได้เข้ามายังประเทศไทย บ้านของแม่ครูราตรีมีพื้นที่คับแคบเกินไปสำหรับ70 คนในช่วงโควิด และกลายเป็นสถานที่ที่แออัดเกินไป รวมถึงงานแสดงทุกประเภทได้ถูกยกเลิก เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้ปัจจุบ้านศูนย์ ฯ แม่ครูราตรีไม่มีนักเรียนแล้ว เนื่องจากทุกคนต้องแยกย้ายกันกลับไปยังบ้านเกิดของตนเองในจังหวัดต่าง ๆ และปัจจุบันศูนย์เปิดให้แค่นักเรียน นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่สนใจเข้ามารับความรู้จากแม่ราตรี เข้ามาเท่านั้น คุณโยธิกาศรีวิไล บุตรสาวคนเดียวของแม่ครูราตรี อดีตหมอแคนหญิงคนแรกของโลก ผู้ที่ช่วยแม่ครุราตรีในการสืบสานวัฒนธรรมหมอลำ มาตลอดชีวิต รู้สึกเศร้าใจ และท้อแท้ ถึงแม้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่โรคระบาดยังคงอยู่ การใช้ชีวิตในปัจจุบันต้องมีการปรับเปลี่ยน ประกอบกับบ้านเดิมที่ถูกสร้างมากว่า 35 ปี เริ่มทรุดโทรม จึงมีความคิดที่อยากจะรีโนเวทและขยายศูนย์ ฯ แม่ครูราตรี ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ประมาณ 1 ไร่ เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอ และเอื้อต่อการใช้ชีวิตในยุคที่ยังคงมีโรคระบาดอย่างโควิดให้มากขึ้น โดยภายในศูนย์มีการจัดเวทีสำหรับแสดงหมอลำ สามารถทำการไลฟ์สด หรือ ผู้ชมเข้าชม โดยรักษาระยะห่างได้ มีห้องพักอาศัยสำหรับนักเรียนหอใน ที่มาเรียนหมอลำ ที่ถูกสุขลักษณะอนามัย ไม่แออัดจนเกินไป และคาดหวังว่า ศูนย์แห่งนี้ในอนาคตจะสามารถเกลายเป็นพิพิธภัณฑ์หมอลำได้ หากสิ่งต่าง ๆ เอื้ออำนวย เพราะคุณโยธิกาศรีวิไล ทราบดีกว่า แม่ครูราตรี ท่านทำงานอุทิศตนเพื่อพัฒนาการแสดงหมอลำมาโดยตลอด และการสืบสานวัฒนธรรมรากเหง้าอันดี ที่อยู่คู่ลูกหลานชาวไทยอีสาน นั้นสำคัญยิ่ง แต่การสร้างศูนย์การเรียนรู้ใหม่ด้วยตนเองในตอนนี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก ด้วยปัญหาเรื่องเงินทุน แต่การสืบสานวัฒนธรรมไม่สามารถรอได้ ยังมีนักเรียนอีกมากที่ยังรอให้ศูนย์ฯ กลับมาเปิด ได้กลับมาเรียน เนื่องจาก มีใจรักในหมอลำ แต่ขาดแคลนกำลังทรัพย์ และที่สำคัญในตอนนี้นี้ แม่ครูราตรียังคงแข็งแรง มีกำลังถ่ายทอดวิชาความรู้ให้นักเรียนอีกมากมาย ทั้งนี้คุณโยธิกาศรีวิไล จะทำหน้าที่ผู้จัดการศูนย์การเรียนรู้ฯ เพื่อปรับจุดต่างๆ ให้ทันยุคทันสมัยให้มากขึ้น เมื่อทีมงานของ Deeda.care - Crowdfunding platform ทราบถึงโครงการที่น่าสนใจของคุณโยธิกาศรีวิไล จึงได้ติดต่อมาสอบถามข้อมูล เพื่อช่วยเหลือให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ อีกทั้งต้องการร่วมเป็นสื่อกลางในการใช้โซเชียลมีเดียในการระดมทุน ที่ตรวจสอบได้และโปร่งใส สุดท้ายนี้หากท่านมองว่าโครงการนี้มีประโยชน์ต่อวัฒนธรรมไทย และสนใจจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาศิลปวัฒนธรรม ด้านหมอลำ สามารถร่วมบริจาคเงินสมทบทุนโครงการ หรือ ช่วยกดไลค์ กดแชร์ โครงการนี้ด้วยนะคะ

By โยธิกาศรีวิไล บงสิทธิพร
฿435 raised of ฿600,000
ขอนแก่น,TH

Con bị não úng thuỷ, teo thực quản, khuyết đốt sống ngực và không có hậu môn. Xin hãy cứu con để con có một cơ hội sống!

Con Nguyễn Ngọc Hân từ khi sinh ra con được chẩn đoán bị não úng thủy, teo thực quản, không hậu môn, dính thắng lưỡi, dị tật ngón tay cái, khuyết 1/2 đốt sống ngực, những đau đớn bẩm sinh này có lẽ sẽ không ai có thể mường tượng được, nhưng với con, một sinh linh bé nhỏ đã phải trải qua những lần phẫu thuât vô cùng đau đớn. Mẹ con đã không kìm được nước mắt khi nhớ lại những lần con trải qua cuộc phẫu thuật hậu môn, tạo hậu môn giả, những lần nong hậu môn để giữ cho hâu môn không bị đóng. Khi con được 4 ngày tuổi con phải phẫu thuật teo thực quản, 1 tháng tuổi con phải làm phẫu thuật hậu môn, phẫu thuật hậu môn xong con làm nong hậu môn trong suốt 5 tháng và con vẫn bị táo bón sau phẫu thuật suốt một năm đầu đời. Khi được 7 tháng tuổi con được phẫu thuật não, và đến cháu 14 tháng tuổi con phải mổ phanh lưỡi. Sự đau xót này có lẽ trong cuộc đời chị Hạnh và bé Ngọc Hân sẽ không thể nào quên – Chị Nguyễn Thị Hạnh, mẹ đơn thân chia sẻ. Hiện tại con đã trải qua 4 lần phẫu thuật và con đang điều trị viêm tiểu phế quản cấp tại bệnh viện Nhi Trung Ương. Thời gian tới con cần can thiệp phẫu thuật cột sống và khắc phục khuyết đốt sống ngực để con có khả năng cân bằng cơ thể và có thể đi lại bình thường được. Hiện tại con rất khó khăn để đi lại do cơ thể của con phát triển khiến trọng lượng cơ thể tăng dần thì phần khuyết đốt sống của con sẽ khó đỡ được trọng lượng cơ thể. Hiện tại chị Nguyễn Thị Hạnh, là mẹ đơn thân của bé Ngọc Hân đang phải thuê trọ gần bệnh viện Nhi Trung Ương để có thể chăm lo cho Ngọc Hân, trước đây chị cũng có một căn nhà nhỏ do bố mẹ chị để lại nhưng do dịch bệnh không đi làm được và từ khi sinh Ngọc Hân, chị cũng không thể lo được những chi phí để điều trị cho con và chăm sóc con suốt hai năm qua nên đã phải bán đi căn nhà nhỏ đó để có thêm kinh phí lo cho con và sinh hoạt của hai mẹ con tại bệnh viện Nhi Trung Ương. Ông bà ngoại của Ngọc Hân cũng không còn khả năng phụ giúp được Ngọc Hân do ông bị bệnh tim, tiểu đường và huyết áp cao, bà ngoại con bị tiền đình, viêm khớp và cũng do tuổi cao nên không thể phụ giúp được chị Hạnh để cóp thể chăm sóc Ngọc Hân. Thưa quý Mạnh Thường Quân, mỗi sinh mệnh đều là vô giá và cuộc sống này sẽ vô cùng ý nghĩa nếu trong mỗi chúng ta có niềm tin và hạnh phúc, tình yêu thương và sự sẻ chia. Một sinh mệnh nhỏ bé đã vươt qua bao nhiêu đau khổ về cả thể chất và tâm hồn, và có lẽ con sẽ trở thành một con người vô cùng mạnh mẽ trong tương lai. Sinh mệnh ấy có thể được sinh sôi hay không, giờ đây rất cần đến sự đồng lòng, tình thương và sự chung sức từ những cá nhân có trái tim nhân hậu. Chúng tôi rất mong được sự đồng hành của quý vị để có thể cứu giúp cho con gái Ngọc Hân vượt qua giai đoạn khó khăn này. Trân Trọng!

By Nguyễn Thị Hạnh
₫61,952,000 raised of ₫130,000,000
Sóc Sơn, Hà Nội,VN
View More

Our Milestone

$5,000,000+

Donated

100,000+

Donors

1,000+

Beneficiaries

Why Donate with Deeda
Transparent
All donations are publicly displayed
Verified
Deeda verifies all
charities and campaigns
Secure
Transactions are
encrypted for your safety
Social
Deeda leverages on
social media to do good